แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่องเที่ยวแบบโรแมนติก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่องเที่ยวแบบโรแมนติก แสดงบทความทั้งหมด

3 ก.ย. 2553

เกาะแก้วพิสดารหรือเกาะเสม็ด จังหวัดระยอง

สถานที่ท่องเที่ยว เกาะเสม็ด
เกาะเสม็ดหรืออีกชื่อหนึ่งคือเกาะแก้วพิสดาร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเพชรเม็ดงามของจังหวัดระยองและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความงดงามทางธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วย ทะเลใสอันเงียบสงบ แสงแดดทอแสงอันอบอุ่น หาดทราย ที่ขาวสะอาด ป่าไม้และ ภูเขาที่เป็น ธรรมชาติสร้างขึ้นอย่างกลมกลืน มีบรรยากาศเงียบสงบ กล่าวกันว่า เกาะเสม็ด ก็คือ เกาะแก้วพิสดารในกวีนิพนธ์ของ สุนทรภู่อาจเป็นเพราะที่นี่มีหาดทรายขาวปานแก้วอยู่ทั่วไปก็ได้และเหตุที่มีชื่อว่าเกาะเสม็ดเพราะเกาะนี้มีต้นเสม็ดขึ้นอยู่มาก ทั้งเสม็ดขาว และ เสม็ดแดง ซึ่งชาวบ้านนำเปลือกเสม็ด มาทำใต้จุดไฟ เกาะเสม็ดหรือ เกาะแก้วพิสดาร ตั้งอยู่เขตตำบลเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง อยู่ห่างจากชายฝั่งบ้านเพ ประมาณ 6.5กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 3,125 ไร่ มีลักษณะเป็น เกาะสามเหลี่ยม ส่วนฐานของเกาะอยู่ทางทิศเหนือ ซึ่งหันหน้าเข้าสู่ฝั่งเพ มีภูเขาสลับซับซ้อน 2-3 ลูกมีที่ราบซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านเรือน ของชาวบ้านอยู่ ตาม ริมชายหาดอยู่ในบริเวณปลายแหลมหญ้า ด้านใต้มีเกาะเล็ก ๆ อยู่ใกล้กัน 3 เกาะ คือ เกาะจันทร์ เกาะสันฉลาม และเกาะหินขาว ซึ่งเป็นเกาะที่ไม่มีพืชพันธุ์ใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นอาศัยและวางไข่ของนกนางนวล การเดินทางจากบ้านเพไป เกาะเสม็ดมีเรือโดยสารหลายขนาดบรรจุคนได้ ตั้งแต่ 10-100 คน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที

นับเป็นสถาณที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

21 ส.ค. 2553

เกาะมันนอก ระยอง

หากคุณกำลัง เบื่อหน่ายกับงานประจำที่ทำอยู่ หากคุณกำลังหดหู่กับสิ่งที่ต้องเจอทุกๆ วัน เอาล่ะ!! ชีวิตที่วุ่นวายจงหายไป...!! ได้เวลาหลีกหนีความจำเจ ไปเที่ยวทะเล ณ สถานที่ท่องเที่ยว ที่ "เกาะมันนอก" กันแล้ว... (ยะฮู้ว!!)

เกาะมันนอก เป็นเกาะเล็กๆ เกาะหนึ่งในหมู่เกาะมัน ที่ตั้งเรียงกันอยู่ในอ่าวแกลง จ.ระยอง โดยมี เกาะมันใน เกาะมันกลาง และเกาะมันนอก ซึ่งมีพื้นที่เกาะโดยประมาณ 95 ไร่ "เกาะมันนอก" เป็นเกาะที่ค่อนข้างเงียบสงบและร่มรื่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมาพักผ่อนโดยแท้... หาดทรายละเอียดสีขาว น้ำทะเลสีฟ้าใส สายลมพลิ้วไหวเหนือสายน้ำ สูดอากาศสดชื่นไปกับธรรมชาติสีเขียว ฮึ้ย... มีความสุขสบายใจจริงๆ

ทั้งนี้ ตัวเกาะมันนอกจะมีลักษณะเกือบกลม เพื่อนๆ สามารถเดินรอบเกาะเพื่อชมทิวทัศน์อันสวยงามได้ โดยใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น (เดินไปแบบเพลินๆ) นอกจากนี้ ทางด้านหน้าของตัวเกาะมันนอก ซึ่งเป็นทิศใต้และทิศตะวันออก จะมีโค้งหาดทรายเล็กๆ และเป็นที่ตั้งของบังกาโล และเรือนอาหารรสเลิศมากมาย อย่างไรก็ตาม ด้วยขนาดของเกาะที่ค่อนข้างเล็ก ทางเกาะจึงต้องปั่นไฟฟ้า และลำเลียงน้ำจืดจากฝั่งเข้าไปให้นักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อน โดยบนเกาะมันนอกมีรีสอร์ทเพียงรีสอร์ทเดียว คือ มันนอกไอส์แลนรีสอร์ท (Munnork Island Resort) ทั้งนี้ หากจะเดินทางมาที่นี่ ต้องซื้อแพคเกจจากทางรีสอร์ทเท่านั้น

สำหรับกิจกรรมสุดฮิตของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวบนเกาะมันนอก คือ เล่นน้ำทะเล ดำน้ำชมความงามของปะการังต่างๆ ที่ขึ้นอยู่ใต้น้ำรอบๆ เกาะมันนอก และทำกิจกรรมส่วนตัวตามอัธยาศัย เพราะเกาะนี้มีความเป็นส่วนตัวมากๆ ทั้งนี้ เกาะมันนอก อยู่ห่างจาก เกาะเสม็ด เป็นระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร

การเดินทางสู่เกาะมันนอก เริ่มจากเส้นทางมอเตอร์เวย์ ออกทางออกบ้านบึง - ชลบุรี ขับตรงไปแล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 344 (บ้านบึง-แกลง-69 กม.) ขับตรงไปจนถึงสามแยกแกลง ให้เลี้ยวขวาไปทางเมืองระยอง จะเห็นป้ายแหลมแม่พิมพ์ แล้วเลี้ยวซ้าย (ถนนวังหว้า-สุนทรภู่) ขับตรงไปจนสุดทาง ให้เลี้ยวขวาไปทางแหลมแม่พิมพ์ ผ่านอนุสาวรีย์สุนทรภู่ จะเห็นป้ายบ้านอ่าวไข่ เลี้ยวซ้ายตามป้ายจะเจอป้ายแหลมตาล ให้เลี้ยวซ้ายตามป้ายจะเจอที่จอดรถเกาะมันนอก

ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 0-3865-8002, 081-640 5577

22 ก.ค. 2553

เกาะหินงาม เกาะสวยงามแห่ง จ.สตูล

เกาะหินงามสถานที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยหิน เป็นเกาะขนาดเล็กอยู่ทางด้านทิศใต้ของเกาะอาดัง ทั่วทั้งเกาะนี้เต็มไปด้วยหินสีดำ กลมเกลี้ยง มันวาว มีเรื่องเล่ากันว่าหินที่นี่ทุกก้อนมีคำสาปของเจ้าพ่อตะรุเตา หากใครนำติดตัวไปจะเกิดแต่หายนะ แต่หากไปชมแล้วเรียงก้อนหินได้ 12 ชั้น แล้วอธิษฐานขอพรก็จะได้สมปรารถนาทุกประการ “ต้องลอง”
เกาะหินงาม อุทยานแห่งชาติตะรุเตา จ.สตูล เกาะหินงาม เป็นเกาะเล็ก ๆ อยุ่ในกลุ่มเกาะอาดัง ราวี อุทยาน
แห่งชาติแห่งชาติตะรุเตา เกาะแห่งนี้เป็นเกาะที่ไม่มหาดทราย ใด ๆ เลยทั้งเกาะ มีแต่ต้นไม้เล็ก ๆ ขึ้นบนเกาะ และรอบบ ๆ เกาะ
มีหินกลมมนสีดำมากมายทับถมกันไปทั่วทั้งเกาะ นับเป็นลักษณะ เด่นเฉพาะที่ซึ่งมีอยู่เกาะเดียวในประเทศไทย หินเหล่านี้มีทั้งใหญ่
และเล็กถูกน้ำพัดพามากองไว้ด้วยกันและการที่หินทุกก้อนกลมมน ลวดลายสวยงาม นั้นเกิดจากการกัดกร่อนด้วยแรงลมและคลื่นจน
ทำให้หินเหล่านี้หินเหล่านี้มากองรวมกันได้อย่างแปลกประหลาด หินเหล่านี้เมื่อถูกน้ำทะเลสาดใส่มันจะแวววามและเปล่งประกาย
เกาะหินงาม เป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะอาดัง-ราวี อยู่ห่างจากเกาะอาดังประมาณ 2.5 กิโลเมตร ส่วนมกาเดินทางนั้น ถ้าจะให้สะดวกควรเหมา เรือหางยาวจากเกาะหลีเป๊ะไป ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที ก่อนถึงเกาะหินงามจะผ่านเกาะจาบัง ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ

จุดเด่นของเกาะแห่งนี้ ถึงแม้จะเป็นเพียงเกาะเล็กๆแต่เกาะหินงามก็มีความพิเศษที่หาเกาะใดเหมือน นั่นคือเป็นเกาะที่ไร้หาดทราย เป็นหาดหินทั้งเกาะ บริเวณด้านหน้าหาดนั้นมีหินก้อนกลมมนขนาดเท่าๆกัน ยามน้ำทะเลซัดขึ้นมา หินเหล่านี้จะเปียกชุ่มส่องประกายมันวาวสะท้อนไปทั่วหาด หินเหล่านี้มีสีเทาดำ ยื่นเป็นปลายแหลมตัดออกไปในน้ำทะเลสีมรกต ยามน้ำลดแนวหาดหินจะปรากฏกว้างยิ่งขึ้น กลางเกาะเป็นป่าขนาดย่อมๆที่สมบุรณ์เขียวสด และมีหินขนาดใหญ่หลายก้อนระเกะระกะอยู่กลางเกาะ โปรแกรมเที่ยวเกาะหินงามนี้เป็นโปรแกรมสำคัญที่พลาดไม่ได้ เมื่อมาเที่ยวหมู่เกาะอาดัง-ราวี อาจจะพลาดเกาะอื่นๆได้แต่ต้องไม่ใช่เกาะหินงามแห่งนี้
หากนั่งเรือมาจากเกาะหลีเป๊ะ ก่อนถึงเกาะหินงามจะเป็นเกาะจาบัง เกาะเล็กๆเกาะนี้เป็นแหล่งดำน้ำที่ยอดเยี่ยมแห่งหนึ่ง ตัวเกาะไม่น่าสนใจเพราะเป็นเกาะหิน แต่สำหรับโลกใต้ทะเล เพียงไม่กี่เมตรรอบเกาะจะได้ชมฝูงปลาหลากสีหลายพันธุ์ และปะการังอ่อนหลายชนิดให้ชม


บนเกาะมีป้ายเตือนเกี่ยวกับคำสาปของเจ้าพ่อตะรุเตาอยู่ว่า
"ผู้ใดบังอาจเก็บหินงามจากเกาะนี้ไป ผู้นั้นจะถึงซึ่งความหายนะนานานับประการ"




เรียงก้อนหินได้ 12 ชั้น แล้วอธิษฐานจะสมหวังทุกประการ

21 ก.ค. 2553

เกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

สถานที่ท่องเที่ยว เกาะเต่าเป็นเกาะที่ได้ชื่อว่าเป็น “เกาะสวรรค์กลางทะเลอ่าวไทย” เนื่องจากเป็นเกาะที่มีธรรมชาติสวยงามและอุดมสมบูรณ์ มีแนวปะการังทั้งน้ำตื้นและน้ำลึกขนาดใหญ่และสวยงาม อันเป็นที่อยู่อาศัยของปลาหลากชนิดจำนวนมาก เป็นจุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลกอีกแห่งหนึ่ง ที่นักดำน้ำทั่วโลกต่างพากันหมุนเวียนมาเยี่ยมเยือนและสัมผัสกับโลกใต้ทะเล ของเกาะสวรรค์แห่งนี้ ปัจจุบันจึงมีโรงเรียนสอนดำน้ำหลายแห่งมาเปิดกิจการบนเกาะ และมีโรงเรียนสอนดำน้ำจากที่อื่นๆ นิยมแวะเวียนมาใช้เกาะเต่าเป็นสถานที่ฝึกสอนกันอยู่เสมอ
นอกจากนี้ เกาะเต่ายังมีหาดทรายขาวละเอียดที่สะอาดบริสุทธิ์ สวยงาม และสงบเงียบ อีกหลายแห่งรอบเกาะ ที่เติมเต็มให้เกาะแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ เหมาะสมกับฉายา “เกาะสวรรค์” และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคและของประเทศ

เกาะเต่าเป็นเกาะเล็กๆ ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางทะเลอ่าวไทย อยู่ห่างจากชายฝั่งของจังหวัดชุมพรประมาณ 74 กิโลเมตร ห่างจากชายฝั่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานีประมาณ 110 กิโลเมตร ห่างจากเกาะสมุยประมาณ 64 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเกาะพะงันประมาณ 45 กิโลเมตร
ด้วยความที่เป็นเกาะที่อยู่ไกลจากแผ่นดินใหญ่มาก มีสภาพธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ในอดีตบริเวณชายหาดรอบๆ เกาะเต่าจึงเต็มไปด้วยเต่าที่มาหาแหล่งวางไข่เป็นจำนวนมาก อันเป็นที่มาของชื่อ “เกาะเต่า” นั่นเอง ปัจจุบันเกาะเต่าเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เกาะเต่าประกอบด้วยเกาะ 2 เกาะ ที่อยู่ห่างกันเพียง 480 เมตร คือ เกาะเต่าและเกาะนางยวน เฉพาะเกาะเต่ามีเนื้อที่ประมาณ 21 ตารางกิโลเมตร มีรูปร่างคล้ายเม็ดถั่ว พื้นที่เกือบทั้งหมดของเกาะเป็นภูเขา มีชายหาดและอ่าวเว้าแหว่งต่างๆ มากมายถึง 11 อ่าว และมีแหลมหินถึง 10 แหลม มีชายฝั่งยาว 28.6 กิโลเมตร และมีแนวปะการังยาวถึง 8 กิโลเมตร สภาพปะการังมีความกว้างเฉลี่ยถึง 200 เมตร
บนเกาะมีถนนคอนกรีตเป็นเส้น ทางคมนาคมสายหลักเพียงสายเดียว ทอดยาวจากหัวเกาะถึงท้ายเกาะ รวมความยาวประมาณ 12 กิโลเมตร และมีถนนดินลูกรังที่ผู้ประกอบการที่พักแห่งต่างๆ สร้างขึ้น แยกจากถนนสายหลักอีกหลายสาย ปัจจุบันมีกิจการที่พักและบังกะโลเปิดให้บริการอยู่มากมายร่วมร้อยแห่ง กระจายอยู่ทั่วเกาะ โดยเฉพาะตามชายหาดต่างๆ

ในอดีตสมัยการปกครองของคณะ ราษฎร์ กรมราชทัณฑ์ได้ใช้เกาะเต่าเป็นเรือนจำคุมขังนักโทษการเมืองรุ่นกบฏวรเดช พ.ศ. 2476 เนื่องจากเกาะแห่งนี้เป็นเกาะกลางทะเลอ่าวไทยที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว ห่างไกลจากฝั่งและเกาะอื่นๆ มีผืนทะเลกว้างไกลเป็นปราการธรรมชาติที่คุมขังนักโทษได้เป็นอย่างดี จึงได้ย้ายนักโทษคดีการเมืองจากเกาะตะรุเตา ฝั่งมหาสมุทรอินเดีย มาคุมขังที่เกาะเต่าแทน
นักโทษจำนวนหนึ่งป่วยและตายลงในขณะที่ถูกคุมขัง อยู่บนเกาะเต่า จนกระทั่งมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ จอมพล แปลก พิบูลสงคราม ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต่อมาคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ได้มีมติให้กราบบังคมทูลพระราชทานอภัยโทษแก่นักโทษ การเมืองในคดีกบฏวรเดช พ.ศ. 2476 และคดีกบฏ พ.ศ. 2481 แล้วปลดปล่อยนักโทษการเมืองที่เกาะเต่าให้เป็นอิสระเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2487
หลังจากนั้นก็เริ่มมีคนเข้ามาอยู่อาศัยบนเกาะเต่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2490 เนื่องจากเป็นเกาะที่มีธรรมชาติสวยงามและอุดมสมบูรณ์ และได้พัฒนามาเรื่อยจนกระทั่งกลายเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเยี่ยมเยือนจำนวนมากในแต่ละปีในปัจจุบัน

คำแนะนำก่อนเดินทาง
- การขับขี่รถมอเตอร์ไซค์บนเกาะเต่า ผู้ขับขี่ต้องมีความชำนาญในการขี่ และควรใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เนื่องจากสภาพทางบางช่วงค่อนข้างสูงชันและอันตราย เช่น ทางไปอ่าวลึก และทางบางเส้นเป็นถนนลูกรัง และควรเลือกเช่ารถจากร้านที่น่าเชื่อถือ โดยสอบถามได้จากที่พักที่ใช้บริการ เนื่องจากรถของร้านเช่าบางแห่งอาจมีสภาพที่ไม่ดี เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ หรือทางร้านอาจเรียกร้องค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถเป็นจำนวนเงินมากในภายหลัง ได้
- การเดินขึ้นสู่จุดชมวิวจอห์น-สุวรรณต้องผ่านป่ารกและบาง ช่วงสูงชัน ผู้ที่ต้องการเดินขึ้นจึงควรใส่รองเท้าผ้าใบและเสื้อผ้าที่เหมาะสมสำหรับการ เดินป่า และควรมีผู้นำทางที่ชำนาญในเส้นทางไปด้วย เนื่องจากเส้นทางไม่ชัดเจน หากไปเองอาจหลงทางได้
- ช่วงเวลาที่ เหมาะที่สุดสำหรับท่องเที่ยวเกาะเต่า คือ เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน

18 ก.ค. 2553

เขาค้อ สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดเพชรบูรณ์ Unseen Thailand

เขาค้อ สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดเพชรบูรณ์ ความสวยงามของธรรมชาติจนได้รับขนานนามว่า"สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย"
สำหรับใครที่ยังไม่มีเงินมากพอที่จะไปเที่ยวต่างประเทศที่สิวตเซอร์แลนด์ แต่หากคุณอยากได้บรรยากาศเปรียบเหมือนคุณอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์จริงๆ โดยไม่จำเป็นต้องบินข้ามโลก เราขอแนะนำ เขาค้อ สถานที่ท้องเที่ยวที่ได้บรรยากาศแห่งธรรมชาติ อากาศที่เย็นสบาย เนินเขาทุ่งหญ้าสลับซับซ้อน จนทำให้คุณลืมไปเลยว่า นี่คือ เมืองไทย
ที่เขาค้อแห่งนี้มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ยิ่งตอนกลางคืนอากาศจะมีอุณหภูมิลดลงโดยเฉลี่ย 3-5 องศาเซลเซียส ทำให้ในตอนเช้าเราจะพบกับทิวหมอก และสัมผัสก้อนเมฆได้อย่างใกล้ชิด
 ที่กิโลโมตรที่ 17-18 ยังมี Unseen Thailand คือ เนินมหัศจรรย์ เพียงคุณดับเครื่องปล่อยเกียร์ว่าง รถของคุณก็จะค่อยๆไหลขึ้นเนินอย่างน่ามหัศจรรย์ และเมื่อถึงจุดชมวิว อย่าลืมแวะจิบกาแฟและดื่มน้ำเสาวรสคั้นสดๆ ผ่อนครายความกระหายได้เป็นอย่างดี

ทิปก่อนเดินทาง 
หน้าหนาว อากาศเย็นและสายหมอกพบกับทุกหญ้าเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลือง
หน้าฝน อากาศเย็นสบาย ทุกหญ้าเขียวขจี สุดโรแมนติก
หน้าร้อน ทุ่งหญ้าสีเหลืองทอง อากาศสดใส ท้องฟ้าสีคราม


จองห้องพัก คลิ๊กที่นี่




รายชื่อโรงแรม ราคา
99 หมู่ 14 ถ.พิษณุโลก-หล่มสัก ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 67280
พื้นที่ เขาค้อ      ความคิดเห็นผู้เข้าพัก :    (0 จาก 5)
ราคาเริ่มต้น : 1,500 บาท
165 หมู่ 1 ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 67280
พื้นที่ เขาค้อ     ความคิดเห็นผู้เข้าพัก :    (0 จาก 5)
ราคาเริ่มต้น : 1,170 บาท
123 หมู่ 7 ถ.พิษณุโลก-หล่มสัก กม.103 ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 67280
พื้นที่ เขาค้อ      ความคิดเห็นผู้เข้าพัก :    (0 จาก 5)
ราคาเริ่มต้น : 625 บาท

ดอยภูคา สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดน่าน ดอยสีชมพูสุดโรแมนติก ยามลมหนาวมาเยือน

ดอยภูคา สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดน่าน ดอยสีชมพูสุดโรแมนติก ยามลมหนาวมาเยือน
ที่ดอยภูคา จังหวัดน่าน ในยามที่หน้าหนาวย่างเข้ามา ต้นนางพญาเสือโคร่งก็พากันผลิบานท่ามกลางหมอกที่ทำให้ยอดเขาภูคาสวยงามดุดสรวงสวรรค์
ณ ยอดดอยภูคาแห่งนี้ ได้มีพืชหายากที่เป็นพืชเฉพาะถิ่น (Endemic Species) เช่น ต้นชมพูภูคา ต้นเต่าร้างยักษ์ภูคา รวมไปถึงต้นก่วมภูคา เป็นไม้ที่หายาก ผมได้ที่แห่งนี้ที่เดียวในประเทศไทย หากมาเที่ยวช่วงฤดูหนาว ระหว่างปลายเดือนธันวาคม ถึง กุมภาพันธ์ เราก็จะพบต้นนางพญาเสือโคร่ง ออกดอกผลิบาน เต็มต้น คล้ายกับที่"สันป่าเกี๊ยะ" นอกจากมาชมความสวยงามของซากุระเมืองไทยแล้ว ท่านมีมาท่องเที่ยวไม่ควรพลาด ในการศึกษาเส้นทางธรรมชาติ แวะชม”น้าออกรู” ที่ธารน้ำลอด หรือหากชอบชมความสวยงามของน้ำตก ที่นี่ ก็มี น้ำตกภูฟ้า น้ำตกที่สวยงามขนาดใหญ่ ที่อยู่ใจกลางป่าลึกโดยมีความสูงของน้ำตกถึง 12 ชั้น และเมื่อถึงยามใกล้พระอาทิตย์ลับขอบฟ้ายามเย็น อย่าลืมไปชมพระอาทิตย์ตกดิน ณ จุดชมวิวลานดูดาว ยอดดอยภูคา ใครที่มากับคู่รักบอกได้คำเดียวว่า “โรแมนติกสุดๆ”
สถานที่ท่องเที่ยว อันสวยงาม

17 ก.ค. 2553

เทือกเขาสูง ยอดหญ้าเหยียดฟ้า อลังการวิวดอย สถานที่ท่องเที่ยว ณ ดอยม่อนจอง เชียงใหม่

ไม่ว่าจะเป็นวิวสันดอย วิวเทือกเขา วิวทะเลหมอก วิวท้องฟ้า วิวไหนๆ ก็สวยไปหมด ที่ดอยม่อนจอง เส้นทางเดินแสนสวยสุดโรแมนติก สถานที่ท่องเที่ยวบนริมสันเขา... ความมหัศจรรย์ของเทือกเขายามท้องฟ้าอาบแสงสีทอง
บนยอดดอยสูงไกลสุดสายตา กลางป่าลึกของผืนป่าอมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ดอยม่อนจอง มีเส้นทางเดินเลียบริมขอบฟ้าให้คุณได้สัมผัสกับทุ่งหญ้า ผืนป่า และความงดงามของทัศนียภาพที่หาขีดจำกัดไม่ได้ ไม่ว่าจะหันหน้าไปทิศทางใด มุมมองไหนๆ ก็สวยจนเกือบลืมหายใจ บนเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนแห่งลุ่มแม่น้ำปิง 
สถานที่ท่องเที่ยว ดอยม่อนจอง
ดอยม่อนจอง มีทิศตะวันออกเป็นป่าดิบทึบ และด้านตะวันตกเป็นแนวหน้าผาที่ทอดยาวกว่า 3 กิโลเมตร อาณาจักรผืนดินสูงเสียดฟ้าแห่งนี้ ยังเป็นที่อยู่อาศัยของกวางผาหรือม้าเทวดา สัตว์ป่าสงวนของไทย ถ้ามาในช่วงเดือนธันวาคม – มกราคม จะได้พบดอกกุหลาบพันปี ออกดอกสีแดงจัด เบ่งบานรับอรุณเต็มต้น เหนือสิ่งอื่นใด คือการได้หยุดยืนอยู่บนยอกเขาหัวสิงห์ ยลพระอาทิตย์โผล่พ้นเส้นขอบฟ้า อิ่มเอมกับภาพพาโนรามาของเทือกเขา ทะเลหมอก และท้องฟ้าอาบแสงสีส้มทอง โดยที่ไม่มีอะไรมาขวางกั้น และไม่แปลกอะไรถ้าจะนั่งชมวิวที่นี่ตลอดทั้งวัน เพื่อรอแสงสุดท้าย จนท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีชมพู เพราะความงามที่ไม่รู้จบ บนดอยม่อนจอง แห่งนี้ ทำให้ใครหลายคนปฏิเสธไม่ได้ว่า ดอยม่อนจอง คือ เส้นทางมหัศจรรย์ที่น่าค้นหาอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย

รู้ก่อนเดินทาง
- ฤดูกาลของการท่องเที่ยว คือฤดูหนาวจากเดือนตุลาคมเป็นต้นไป คือวันเวลาที่ดีที่สุด ที่จะได้ชมกวางผา และสามารถเที่ยวได้จนถึงช่วงต้นฤดูฝน ราวเดือนพฤษภาคม
- ดอยม่อนจอง ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ นักท่องเที่ยวต้องนำเต็นท์ขึ้นไปกางและทำอาหารรับประทานเอง



เส้นทางซากุระสีหวาน ความงามที่ยิ่งใหญ่บนขุนเขา สันป่าเกี๊ยะ เชียงใหม่ Chiang Mai

ในวันที่ม่านหมอกสลายไปพร้อมกับแสงสีทองของพระอาทิตย์ เบื้องหน้าเป็นยอดดอยหลวงเชียงดาว ข้างๆเป็นต้นซากุระสีหวานกับสายลมเย็นยามเช้า ช่วยทำให้ห่วงเวลาบนสันป่าเกี๊ยะ...ยิ่งใหญ่และน่าจดจำ
ฤดูหนาวสำหรับคนเดินทาง หลายๆคน จุดหมายคงจะหนีไม่พ้นเทือกเขาและยอดดอย แต่หากหนึ่งในเส้นทางของจุดหมายที่มีสีสันและความหวานของสีชมพูแห่งจิตนาการเข้ามาสอดแทรก ใครเล่าที่จะปฏิเสธ  ที่จะเดินทางไปชื่นชม...ซากุระ เจ้าหญิงของดอกไม้สีชมพู ณ สถานีวิจัยเกษตรที่สูงป่าเกี๊ยะ ดอยเชียงดาว ที่จังหวัดเชียงใหม่ ถึงแม้ชื่อ”สันป่าเกี๊ยะ” ยังไม่เป็นที่คุ้นหู แต่นั่นคือจุดเริ่มต้น ที่จะเดินทางมาค้นหา ดินแดนแห่งขุนเขาสูงเสียดฟ้า อบอวลด้วยทะเลหมอกและดอกไม้บานสะพรั่ง คำว่า เกี๊ยะ เป็นคำเมือง แปลว่า ต้นสน บนยอดดอยมีทิวสนต้นใหญ่เรียงรายไปตามแนวเขา มีแปลงดอกไม้และแปลงทดลองปลูกกาแฟ ที่สำคัญในช่วงฤดูหนาว จะมองเห็นทะเลหมอกกับแสงแรกของดวงอาทิตย์ตรงเส้นขอบฟ้าบนยอดดอยหลวงเชียงดาว เป็นภาพที่ยิ่งใหญ่แอบแฝงด้วยความอ่อนหวานและงดงาม ณ จุดกางเต็นท์ ในยามค่ำคืน จะมองเห็นดาวเต็มท้องฟ้าและแสงระยิบระยับจากเมืองเชียงดาว ช่วยขับกล่อมให้เป็นค่ำคืนที่แสนหวานและน่าจดจำเป็นอย่างยิ่ง หรือหากอยากดูนางพญาเสือโคร่งที่จังหวัดน่าน ก็สามารถไปได้ที่ สถานที่ท่องเที่ยว ดอยภูคา

รู้ก่อนเดินทาง 
- ดอกซากุระหรือต้นนางพญาเสือโคร่ง จะผลิบานเต็มที่ปลายเดือนธันวาคม ถึงกลางเดือนมกราคมเท่านั้น
- การเดินทางค่อนข้างลำบาก เป็นทางลูกรังและเป็นหลุมบ่อ ต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ เท่านั้น
- การเยี่ยมชมควรติดต่อขออนุญาตจากสถานีวิจัยเกษตรที่สูงป่าเกี๊ยะ ดอยเชียงดาว คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วัน

แผ่นฟ้า ม่านหมอก และลมหายใจ ภูชี้ฟ้า เชียงราย

หากจะมีที่ไหนสักที่...ที่ทำให้คุณสามารถหยุดเวลา เก็บลมหายใจไว้กับความทรงจำดีๆ ได้ปล่อยจินตนาการให้ล่องลอยไปกับสายลม ภูชี้ฟ้า...คงจะเป็นที่แห่งนั้น
ว่าไปแล้ว...มีใครบ้างที่ไม่อยากเอื้อมมือไปจับก้อนเมฆ มีโลกแห่งความฝันที่สวยงามและโรแมนติกบนยอดดอยที่สูงเสียดฟ้า ทะเลหมอกที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ได้รวบรวมความฝันและจินตนาการทั้งหมดนี้ไว้ได้อย่างงดงาม ภูชี้ฟ้า ยอดเขาที่สูงที่สุดแห่งดอยผาหม่น จังหวัดเชียงราย เป็นดินแดนที่มีไอหมอก โอบกอดทิวเขาสลับซับซ้อน ยอดภูที่มองดูจากระยะไกลแลเห็นเป็นยอดเขาแหลม ชี้ขึ้นไปบนฟ้าอย่างน่าอัศจรรย์ จนได้รับขนานนามว่า “หลังคาแห่งสยาม” บนจุดชมวิวที่มีทุ่งหญ้ากว้างๆ ประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร และที่นี่คือส่วนที่เป็นปลายแหลมอันเป็นที่มาของชื่อ”ภูชี้ฟ้า” ปลายแหลมนี้เองยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว
ประเทศเพื่อบ้านของเรา จนหลายคนที่ได้มายืน ณ จุดนี้ มักจะพูดกันเล่นๆ ว่า”ไปเที่ยวเมืองนอกมาแล้ว” เมื่อม่านหมอกสลาย จะมองเห็นหมูบ้านเชียงตอง ของลาว ที่อยู่เบื้องล่าง ท่ามกลางผืนป่าเขียวครึ้มได้อย่างชัดเจน ในฤดูหนาวบน ภูชี้ฟ้า จะมีดอกเสี้ยวหรือดอกชงโค ผลิดอกสีขาว บานสะพรั่งเต็มเชิงเขา ยามพระอาทิตย์อวดโฉมบนแผ่นฟ้า ไม่ว่าจะยืนอยู่จุดใดของยอดภู ภาพที่เห็นเบื้องหน้าคือ แสงสีทองตัดสลับกับทิวเมฆทั่วท้องฟ้า เป็นภาพที่ยิ่งใหญ่และแสนโรแมนติคเกินคำบรรยาย



รู้ก่อนเดินทาง

- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นคือเดือน พ.ย. ถึง ม.ค. หากจะชมดอกเสี้ยวออกดอกบานสะพรั่งต้องเดือน ม.ค. – ก.พ.
- การจะมาชมทะเลหมอกที่นี่ จำเป็นต้องมานอนค้างคืน สามารถใช้บริการรีสอร์ทต่างๆ ก่อนทางขึ้นภู ส่วนวนอุทยานภูชี้ฟ้าไม่มีบ้านพักบริการ ต้องนำเต็นท์ไปกางเอง ควรเลือกแบบที่แข็งแรงและมีพลาสติกหรือผ้ายางกันน้ำค้างด้วย