แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สถานที่ท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สถานที่ท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด

29 ธ.ค. 2562

บันทึกการเดินทาง จาก อ.รัตนบุรี​ สุรินทร์​สู่ภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย ใช้เงินเพียง 4,622 บาท

บันทึกการเดินทาง จาก อ.รัตนบุรี​ สุรินทร์​สู่ภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย
ส่งท้ายปีด้วยทริปไปดูทะเลหมอกที่เจียงฮายกันจ้า
ซึ่งบทความนี้ถูกโพสต์โดย คุณอธิรัช ราชเจริญ 

พฤ 12 ธ.ค. 62
ออกเดินทางจากบ้านแต่เช้าเพื่อไปต่อรถขอนแก่นเชียงราย จากบ้านที่ อ.รัตนบุรี​ สุรินทร์​ ขึ้นรถตู้รอบเจ็ดโมงเช้า แล้วต่อรถโดยสารอีกสองต่อ ถึงขอนแก่นประมาณ​บ่ายโมงกว่าๆ แล้วต่อรถขอนแก่นเพื่อมุ่งหน้าสู่เชียงรายเป้าหมายของเรา!!! ได้ตั๋วรอบ 18.30 น. ของอีสานทัวร์​ (รถสายขอนแก่น-เชียงราย มี 2 บริษัท​ คือ สมบัติ​ทัวร์​และอีสานทัวร์​ รถวิ่งทุกวัน ตารางเวลาหาได้จากอากูเลยจ้า)​

18.30 น. ออกจาก บขส.3 ขอนแก่น มุ่งหน้าสู่เจียงฮาย ใช้เวลาเดินทาง 13 ชั่วโมง!!! ถึง บขส.ใหม่ จ.เชียงราย ประมาณเจ็ดโมงเช้า หลังจากนั้นก็ต้องต่อรถไป บขส.เก่า เพื่อหารถไปภูชี้ฟ้าอีกที (ไป บขส.เก่า เราสามารถ​ขึ้นรถน้ำเงินที่ข้างรถเขียนว่า "รอบเวียง" ได้เลย คิวรถจะอยู่ที่หน้าห้องน้ำของ บขส.ใหม่จ้า)

22 มี.ค. 2556

11 ทริปในฝันทั่วโลก

บาหลี



11 ทริปในฝัน สวรรค์ของนักดินทาง
หลายคนบอกว่าชีวิตคือการดินทาง แต่มาบางคนคงต้องใช้คำว่าการเดินทางคือชีวิตมากกว่า เนื่องจากหน้าที่การงานทำให้ต้องเดินทางตลอดเวลาจนไม่อาจลบไปจากความทรงจำ และอีกหลายแห่งสร้างความสนุกสนานจนไม่คิดว่าบนโลกใบนี้ยังมีความเศร้าหลงดเหลืออยู่

1. สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีสัญญานามว่า “หลังคาแห่งทวีปยุโรป” พระเจ้าได้ประทานให้ประเทศนี้เป็นดินแดนอันเงียบสงบโอบล้อมด้วยขุนเขาน้อยใหญ่มิมะปกคลุม มีบ้านสไตล์สวิสซาเลต์ที่ปลูกสลับไปกับทุ่งหญ้าเขียวชอุ่มแซมด้วยดอกไม้ป่าหลากสีสันในฤดูใบไม้ผลิ ทะเลสาบที่น้ำใสราวกับกระจกกระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ ไม่เพียงแต่ทิศทัศน์อันงดงามตระการตา อาคารบ้านเรือนตามเมืองใหญ่หลายๆ แห่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก สวิตเซอร์แลนด์จึงกลายเป็นสถานที่ใฝ่ฝันของนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก

2. ล่องเรือสำราญเมดิเตอร์เรเนียน  เป็นการเดินทางที่ไม่ควรพลาด ให้หลับตาแล้วจินตนาการถึงโรงรมหรูหราระดับห้าดาวลอบน้ำส่งท่านตามเมืองท่องเที่ยว ชายฝั่งทะเลของประเทศต่างๆ เช่น ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน กรีซ และตุรกี เพราะทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ของท้องทะเลแห่งนี้เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยทำให้นักท่องเที่ยวคนใดผิดหวัง

3. ปักกิ่ง  มีสุภาษิตที่เขียนไว้ว่า”ไม่มาปักกิ่งก็ไม่รู้ว่ายศต่ำ” เพราะเมืองหลวงแห่งนี้คือศูนย์กลางการบริหารประเทศที่เต็มไปด้วยข่าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทำให้ข้าราชการที่มาจากต่างมณฑลพากันรู้สึกว่ายศตังเองต่ำต้อย ปักกิ่งเป็นเส้นทางค้าที่อายุกว่า 3,000 ปี จึงรวบรวมเอาศาสตร์และศิลป์จากราชวงศ์ต่างๆ ไว้มากที่สุดในประเทศจีน เช่น กำแพงเมืองจีนที่นับเป็น1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง พระราชวังต้องห้ามที่ประกอบด้วยห้องต่างๆ ถึง 9,999 ห้อง จัตุรัสเทียนอันเหมินที่ใหญ่ที่สุดในโลก พระราชวังฤดูร้อนของพระนางซูสีไทเฮา วัดลามะขององค์ชายสี่ และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกมากมาย

4. บาหลี  เกาะแห่งเทพเจ้าที่มีเนื้อที่เพียง 5,600 ตารางกิโลเมตร แต่สามารถดำรงรักษาไว้ซึ่งวิถีชีวิตแบบเทิดถาดเทินพาน เป็นการนำเครื่องพลีไปสังเวยต่อเพพยดา ตลอดจนความมั่งคั่งของศิลปะตามหมู่บ้านเล็กๆ ซึ่งงามตาด้วยนาฏศิลป์อันชดช้อยที่เปี่ยมไปด้วยลำธาร ป่าเขา หาดทราย ที่ทำให้บาหลีอบอวลไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่คุณต้องหลงรัก

5. ซีอานในประเทศจีนมีคำกล่าวว่า “ ถ้าอยากเห็นปัจจุบันต้องไปปักกิ่ง ถ้าอยากเห็นอนาคตต้องไปเซี่ยงไฮ้ และอยากเห็นอดีตต้องไปซีอาน  ”  ซึ่งเมืองหลวงของ 12 ราชวงศ์ และเป็นอารยธรรมอันรุ่งเรืองแห่งแม่น้ำฮวงโห รวมทั้งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายไหม ตลอดจนได้สร้างความตื่นตะลึงให้กับชาวโลกด้วยการขุดค้นพบสุสานกองทัพทหารจิ๋นซี กว่า 7,000 ชิ้น ที่มีใบหน้าไม่เหมือนกันแม้แต่ชิ้นเดียว เมืองที่มีอายุมากว่า 5,000 ปี แห่งสมัยนี้มีกำแพงเมืองเป็นหนึงในปราการป้องกันทางทหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

6. ไอซ์แลนด์  เกาะมหัศจรรย์ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าตื่นใจที่สุด ตั้งอยู่มางตอนเหนือของมหาสุทรอแตแลนติก มีพื้นที่ 103,000 ตร.กม. ประชากรประมาณ 300,000 คน บนเกาะมีภูเขาไฟมากว่าร้อยแห่ง ทำให้มีแหล่งน้ำพุร้อนจำนวนมาก มีสปาเพื่อสุภาพซึ่งดังระดับโลก เช่น Blue Lagoon มีหาดทรยสีดำกิดจากหินลาวาที่หมูบ้าน Vik และทะเลสาบ Jokkulsarlon ที่เกิดจาการทะลายของธารน้ำแข็ง สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดัง เช่น Tomb Raider, Batman และ Jame Bond 007 ตอน A Will to Kill และ Die Another Day

7. ซัปโปโร   ถ้าเอ่ยถึงเทศกาลหิมะ สถานที่แรกที่คนทั่วโลกนึกถึงคือซัปโปโร  เมืองนี้จัดการแข่งขันแกะสลักน้ำแข็งมาแล้ว 63 ครั้ง แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวมากกว่าสองล้านคนเดินมามาชื่นชมผลงานประติมากรรมการแกะสลักน้ำแข็งกว่าสองร้อยชิ้น บนเกาะฮอกไกโดแห่งนี้ยังมีเมืองอาบน้ำแร่ที่โด่งดังที่สุด ของญี่ปุ่นชื่อ “ โนโบริเบ็ทซึ” มีหมู่บ้านไอนุชนพื้นเมืองเก่าแก่ของเกาะ และภูเขาไฟโชวะ ที่เกิดขึ้นมาใหม่ใน ค.ศ. 1944 และสำหรับคอเบียร์ไม่ควรพลาดการมาจิบเบียร์และรับประทานอาหารที่โรงเบียร์ซัปโปโร

8. ฝรั่งเศสตอนใต้  ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส สถานที่แรกๆขแงโลกที่มีการตั้งรีสอร์ทโดยเริมจาการเป็นที่พักตากอากาศในฤดูหนาวของสมาชิกราชวงศ์ และคนชั้นสูงในอังกฤษ โดยความงดงามของท้องทะเลและบรรยากาศแสนโรแมนติก ทำให้บรรดาศิลปินนักเขียนชื่อดัง เช่น ปาโล ปิกัสโซ,เมาม์, เอลตัน จอห์น  และสุดยอดนางแบบปริจิตต์ บาร์ดต์ รวมไปถึงเหล่าเซเลบิตี้ทั่วโลกต่างตกหลุมรักฝรั่งเศสตอนใต้

9. เวนิส  เมืองสายน้ำที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอิตาลี รับรับการขนานนามว่าเป็นราชินีแห่งทะเลอะเดรียติก เมอืงนี้ประกอบไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยถึง 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมเกาะทั้งหมดถึง 409 สะพาน  มีคลองถึง 177 แห่ง เพื่อใช้ในการสัญจร หลังจากที่นั่งเรือกอนโดล่าขับกล่อมด้วยเสียงดนตรี ชมความงามของอาคารบ้านเรือนแล้ว อย่าลืมไปจิบกาแฟที่จัตุรัสซาน มาร์โค ซึ่งเป็นที่สุดของความโรแมนติก

10. น้ำตกวิกตอเรีย แซมเบีย  เป็นสวรรค์ของผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ  สาธารณรัฐแซมเบีย ตั้งอยู่ตอนกลางของทวีปแอฟริกา มีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่าทึบทุ่งโล่ง เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่ามากมาย มีอุทยาน Kafue National park มีใหญ่เป็นอันดับสองของโลก มีน้ำตกวิตอเรียซึ่งเกิดจากการระเบิดของภูไฟ เมือ 15 ล้านปีที่แล้ว และมีความยาวถึงเกือบ 2 กิโลเมตร คลอบคลุมพื้นที่สองประเทศคือ ซิมบับเวและแซมเบีย ในช่วงที่ปริมาณน้ำมากสายน้ำจะตกกระทบโขดหินทำให้เกิดละอองสายรุ้งปกคลุมและเสียงดังก้องกังวานไปทั้งป่า

11. ฟินแลนด์  นอกจากจะเป็นดินแดนของโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดังแล้ว กรุงเอลซิงกิเมืองยังได้รับสมญานามว่า  “ ธิดาแห่งทะเลบอลติก ’ เป็นเมืองที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่และสถาปัตยกรรมร่วมสมัยได้อย่างลงตัว มีจตุรัสซีเนทศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ ฟินแลนด์ถือเป็นบ้านของซานตาคลอสขวัญใจเด็กๆทั่วโลก  และเต็มไปด้วยกิจกรรมแบบชาวขั้วโลก เช่น การนั่งเรือตัดน้ำแข็งหรือไอซ์แบรคเกอร์ที่โงดัง การขับเคลื่อนสุนัขลากเลื่อน หรือขับขี่โสนว์ โมบิล เป็นต้น

27 ธ.ค. 2554

สถานที่ท่องเที่ยว พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา

สถานที่ท่องเที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา ตั้งอยู่ที่ตำบลประตูชัย ปลายถนนขุนเมืองใจใกล้ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยจะสังเกตเห็นได้ชัดเจนเพราะตัวพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ริมถนนใหญ่พอดี เหตุที่มีชื่อพิพิธภัณฑ์สแห่งชาติเจ้าพระยานั้น ก็เพราะคราวหนึ่งมีการเปิดกรุที่พระปรางค์วัดราชบูรณะ ได้พบพระพิมพ์เป็นจำนวนมาก จึงนำออกให้ประชาชนเช่าบูชาเงินที่ได้มาทั้งหมดนำมาจักพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ขึ้นในเบื้องแรกและวัดราชบูรณะ สร้างโดยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่2 ซึ้งทรงมีพระนามตั้งแต่ก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์ว่า เจ้าสามพระยาจึงได้อัญเชิญพระนามนั้นมาเป็นชื่อพิพิธภัณฑ์ดังกล่าว พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา นับได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกในประเทศไทยที่นำระบบการจัดแสดงโบราณวัตถุแบบใหม่ที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับกันในอารยประเทศมาใช้ กล่าวคือการจัดแสดงโบราณวัตถุแต่ละชิ้นนั้นมีการจัดสรรพื้นที่ติดตั้งไม่ให้อยู่ชิดกันหรือมีปริมาณของโบราณวัตถุมากจนดูแน่นเกินไป อีกทั้งยังมีการนำแสงสีต่างๆ มาใช้เพื่อเน้นให้การจัดแสดงบางส่วนมีจังหวะและมุมมองที่น่าสนใจขึ้น

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวของตัวอาคารพิพิธภัณฑ์นั้นแบ่งพื้นที่การจัดแสดงออกเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างส่วนมากเป็นพระพุทธรูปตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ และยังมีโบราณวัตถุชิ้นเอกของโลก เช่นพระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาทแบบทวารวดีที่เคยประดิษฐานในซุ้มพระสถูปโบราณที่วัดพระเมรุ เมืองนครปฐม ซึ้งกรมศิลปากรได้พยายามติดตามชิ้นส่วนต่างๆขององค์พระที่กระจัดกระจายไปในที่ต่างๆ มาประกอบเป็นองค์พระได้อย่างสมบูรณ์ คงไม่ต้องประมาณว่าพระพุทธรูปองค์นี้จะมีค่าเพียงใด เพราะในโลกมีแบบนี้เพียง 6 องค์เท่านั้น ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปชม

สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นอกจากนี้ก็มีงานแกะสลักไม้ที่น่าสนใจเช่นหน้าบันนารายณ์ทรงครุฑจากวัดแม่นางปลื้ม และบานประตูมณฑปเจดีย์วัดพระศรีสรรเพชญ์ที่มีรูปเทวดาถือพระขรรค์ อีกทั้งครุฑโขนเรือพระที่นั่งสมัยกรุงศรีอยุธยาก็ยังมีจัดแสดงให้ชม ล้วนเป็นงานประติมากรรมที่หาดูยากยิ่งเพราะจากที่กรุงศรอยุธยาล่มสลายลงด้วยการถูกเผาทั้งเมือง งานำหลักไม้ดีๆนั้นย่อมปลาสนาการไปแทบทั้งหมด และเมื่อขึ้นถึงชั้นบน ผู้เข้าชมโดยมากไม่ละเลยที่จะเข้าเยี่ยมชมพื้นที่จัดแสดงส่วนที่สำคัญที่สุด นั้นคือ ห้องมหรรฆภัณฑ์ เป็นห้องสำหรับเก็บรวบรวมโบราณวัตถุที่ได้จากกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ และกรุพระปรางค์วัดมหาธาตุ


โดยแต่ละกรุแบ่งห้องจัดแสดงเป็นสองห้องโบราณวัตถุเหล่านี้คือ เครื่องราชูปโภค เครื่องประดับศิราภรณ์พิพิธภัณฑ์ พัสตรา ภรณ์ และเครื่องพุทธบูชาที่ล้วนแล้วแต่ประกอบขึ้นด้วยทองคำและอัญมณีอย่างงดงามวิจิตรพิสดารจนยากที่จะระบายได้งานฝีมือที่ทำจากทองคำเหล่านี้มีความเก่าแก่ย้อนไปถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้อน แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญอย่างน่าประหลาดใจของช่างในสมัยนั้น และยังเป็นส่วนหนึ่งของความร่ำรวยอันน่าตื่นตะลึงของกรุงศรีอยุธยาในอดีตซึ่งจะต้องกล่าวไว้ด้วยว่า ของที่จัดแสดงเหล่านี้มิใช่ทั้งหมดที่ได้จากพระปรางค์ที่วัดราชบูรณะเพราะผู้ค้นพบกรุดังกล่าวเป็นครั้งแรกคือโจรลักของเก่า โบราณวัตถุที่มีค่ามหาศาลเหล่านี้เป็นเพียงส่วนที่ยังเหลืออยู่แลตามคืนมาได้เท่านั้น ที่สูญหายไปมีจำนวนนับไม่ถ้วน กล่าวสำหรับบรรดาโบราณวัตถุชิ้นอื่นๆแม้จะไม่มากด้วยปริมาณ แต่ว่ากันในด้านคุณภาพล้วนเป็นของดีหาดูหาชมยากทั้งสิ้น

ปัจจุบัน สถานที่ท่องเที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าพระยาเปิดทำการตั้งแต่เวลา 9.00-16.00 ทุกวันเว้นวันจันทร์-อังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์ นักท่องเที่ยวที่ไปถึงพระนครศรีอยุธยา ถ้าไม่ได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถือว่ายังเห็นของดีของอยุธยาไม่ครบ

17 ธ.ค. 2554

สถานที่ท่องเที่ยว ปาย แม่ฮ่องสอน จองโรงแรมที่พักราคาถูก ไม่เกิน 800 บาท


หน้าหนาวปีใหม่ปีนี้ ใครวางแผนไปเที่ยวที่ไหนกันบ้างครับ หลายๆ คงกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อไปสนุกสนานพักผ่อนกับครอบครัวและคนรัก วันนี้ ผมจะมาแนะนำอีกที่ นั่นคือ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน

เมืองปาย สถานที่ท่องเที่ยว ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมและธรรมชาติอันสวยงาม สำหรับใครที่ชอบบบรรยากาศในการชมทะเลหมอก และสัมผัสอากาศหนาวเย็น ที่นี่ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่เหมาะสมที่จะมาพักผ่อนและชาร์ตแบตให้กับชีวิต หลังจากลุยงานหนักมาทั้งปี

สำหรับใครที่กำลังมองหาที่พักใน ปาย วันนี้ 9Thailand จะมานำเสนอที่พัก ที่ราคาถูก ราคาไม่เกิน 800 บาทมาให้เลือกชมกัน เพราะเรารู้ดีและทราบดีว่า ในช่วงปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ ห้องพักมักไม่ว่างหรือเต็มก่อน ดังนั้นไม่ว่าท่านจะไปเที่ยวในช่วงเทศกาลที่ไหนก็ตาม ท่านควรจะจองโรงแรมหรือที่พักไว้ล่วงหน้า เพราะท่านอาจจะไม่มีที่พัก





โรงแรมที่พักราคาถูกที่ ปาย

Booking.com

15 ธ.ค. 2554

แผนท่องเที่ยว เกาะเสม็ดตอนปีใหม่ 2555

หลังจากที่ได้เคยไปสถานที่ท่องเที่ยว เกาะเสม็ด มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อตอนสมัยปีใหม่ปี 2552 มาปีนี้ ปี 2555 ก็เลยอยากหวนรำลึกไปเที่ยว เกาะเสม็ด อีกครั้ง ซึ่งถ้าถามถึงความสวยงามของเกาะเสม็ดผมก็ถือว่าเป็นอีกเกาะที่ยังพอหลงเหลือความสวยงามอยู่บ้าง แต่ที่หาดทรายแก้ว ผมว่าไม่น่าเที่ยวอย่างมาก

เพราะอะไรนะเหรอครับ เพราะตกกลางคืน หาดทรายแก้วไม่ต่างจาก RCA ที่กรุงเทพเลยก็ว่าได้เพราะเต็มไปด้วยร้านเหล้าและผับ เรียงรายตามแนวหาด ซึ่งผมคิดว่า มันไม่ค่อยจะเหมาะสมเท่าไหร่ เพราะการที่ไปสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นทะเล แน่นอนความต้องการของผู้ที่ไปเที่ยวคือความสงบ เงียบและเป็นส่วนตัว จะได้พักสมองและดื่มด่ำกับธรรมชาติได้เต็มที่

อีกทั้งในเกาะเสม็ด ค่าที่พักแพงมาก ในการไปพักครั้งที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วง High Season ผมได้ห้องราคาคืนละ 1,800 บาท ซึ่งสภาพห้องไม่ต่างจากห้องพักรายคืนคืนละ 300 ในกรุงเทพฯ ผมก็ไม่รู้นะครับว่ามันแพงเพราะอะไร ดังนั้นใครที่กำลังจะเดินทางไปเกาะเสม็ดในช่วงปีใหม่นี้ อย่าลืมวางแผนการเดินทางให้ดี เตรียมเงินไปเยอะๆ เพราะค่าใช้จ่ายสูงมาก และที่สำคัญอะไรที่หอบไปได้เช่นขนม น้ำ ให้เอาติดกระเป๋าไปด้วยเพราะราคาขายบนเกาะแพงมาก การเดินทาง ผมเดินทางด้วยรถโดยสารที่ท่ารถเอกมัย ไปถึงท่าเรือ และข้ามเรือไปเกาะได้เลยสะดวกครับ

แนะนำโรงแรมราคาประหยัด จองก่อนไปเที่ยวนะครับ 

13 ธ.ค. 2554

ไปมาแล้ว สถานที่ท่องเที่ยว ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง




ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง จังหวัดสมุทรปราการ สถานที่ท่องเที่ยวอีกที่หนึ่ง ที่น่าสนใจและไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก ในตลาดน้ำแห่งนี้ก็ให้บรรยากาศเก่าๆไม่ต่างจากการไปเที่ยวตลาดน้ำที่อื่นๆไม่ว่าจะเป็นอัมพวา เพลินวาน หรืออื่นๆ หากใครกำลังมองหาที่เดิน กิน เที่ยวแบบสไตร์ลูกทุ่งๆ ผมก็ขอแนะนำที่นี่เลยครับ ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง

การเดินทางไปยัง ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ก็ง่ายนิดเดียวอาจจะขับรถมาเองหรือลงที่ บีทีเอสบางนา แล้วต่อ แท็กซี่หรือวินมอเตอร์ไซต์มายัง วัดบางนานอก โดยขึ้นเรือข้ามฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา คนละ 4 บาทเท่านั้นเอง แล้วพอถึงฝั่งพระประแดงก็นั่งวิน ต่อไปตลาดน้ำ เพียง 10 บาท จากนั้นก็สามารถเดิน ช็อป กินเที่ยว แบบชิวๆ ได้เลยครับ

หรือถ้าหากอยากทำบุญขากลับก็แวะทำบุญที่วัดบางนานอก โดยการให้อาหารปลา ถวายสังฆทาน ไถ่ชีวิตโคกระบือ หรือปิดทองพระ ไหว้พระ ทำบุญบริจาคโรงศพ ก็ถือว่าทริปนี้นอกจากจะได้ไปสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ไกลแถมยังได้อิ่มอกอิ่มใจ เอาบุญกลับมาด้วยนะครับ

8 พ.ย. 2554

ร้านอาหาร Sortrel’s Cottage


ร้านอาหาร Sortrel’s Cottage สถานที่ท่องเที่ยว รูปแบบร้านอาหารสไตล์กระท่อมอังกฤษ พร้อมทั้งลานกว้างพร้อมดนตรีอคูสติคที่ทำให้เพลิดเพลิน อีกทั้งยังมีคาราโอเกะที่มีเพลงใหม่อัพเดตตลอดเวลา จะมากับกลุ่มเพื่อก็คงจะมันส์ไม่เบา อีกทั้งยังมีชั้นดาดฟ้าเพื่อชมดาวและชมวิวของแม่น้ำเจ้าพระยาก็โรแมนติคไปอีกแบบ เมนูแนะก็มี หมึกเฟรนซ์ฟราย และไก่รวนเหล้า ที่รสชาติน่าลิ้มลอง นอกจากมีเมนูแสนอร่อยแล้วยังสามารถวาดรูประบายสีโชว์ความติสต์ของแต่ละคนได้ตามต้องการ

ร้านอาหาร Sortrel’s Cottage อยู่ถนนพระราม 3 ใกล้สวนสาธารณะ ใต้สะพานพระราม 9 โทร.02-2913488 เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 16.30 – 01.00 น.

7 พ.ย. 2554

สถานที่ท่องเที่ยว ตลาดน้ำคลองบางหลวง

สถานที่ท่องเที่ยว ตลาดน้ำคลองบางหลวง

ไม่ต้องหาเครื่องเดินทางย้อนเวลา แต่คุณสามารถย้อนเวลาหาอดีต ได้ที่ สถานที่ท่องเที่ยว คลองบางหลวง ซึ่งอยู่ที่เขต ภาษีเจริญ เข้าทางซอยจรัญสนิทวงศ์ ซอยสามแล้วเดินข้ามคลอง เปิดทุกวัน 10.00 – 18.00 น. 

ตลาดน้ำคลองบางหลวงแห่งนี้เต็มไปด้วยวิถีชีวิตที่เรียบง่าย สงบ สะอาดสะอ้าน  และเต็มไปด้วย ไอเดียงานศิลปะ บ้านไม้สองฝั่งคลอง มีร้านค้าไม่มาก แต่ละร้านมีความน่าสนใจเกินร้อย โดยจุดเด่นอยู่ที่บ้านศิลปิน บ้านไม้สองชั้น ทรงมะนิลา อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของวันวาน และวิถีชีวิตของชาวบ้าน อีกทั้งยังมีลานพระเจดีย์สมัยอยุทธยาตั้งเด่นอยู่ด้านใน แถมมีการแสดงหุ่นละครเล็กของคลองบางหลวง หิวๆ ก็มีร้านอาหารร้านกาแฟ ย้อนยุคให้บริการ สนใจทำภาพพิมพ์หรือหน้ากาก ก็สามารถทำได้ ชั้นสองของบ้านศิลปินก็เป็นแกลอรี่แสดงภาพถ่ายและภาพเขียน

ใกล้ๆกันก็มีร้าน ศ.จิตรกร ที่รับวาดภาพเหมือน ริมคลองแกลอรี่ แสดงภาพถ่ายของ Francis Shit ช่างภาพรุ่นแรกๆของสยามประเทศ บ้านเรา หรือถ้าใครไม่รีบก็เดินเล่น กินน้ำ ให้อาหารปลาดุกก็ถือว่าเป็นวันพักผ่อนสบายๆที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ

6 พ.ย. 2554

สถานที่ท่องเที่ยว ตลาดน้ำคลองลัดมะยม


สถานที่ท่องเที่ยว ตลาดน้ำคลองลัดมะยม - ตลาดน้ำบรรยากาศดี อวดความงดงามตามวิถีชีวิตชุมชนริมน้ำ สัมผัสสายลมเย็นๆ อมยิ้มกับพ่อค้าแม่ค้า บันเทิงกระเพาะกับอาหารคาวหวานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารตำรับเก่าก่อนหรืออาหารที่ปรับตามยุคสมัยดิจิตอล ไม่ว่าจะเป็น ยำส้มโอ ล่าเตียง แหนมสด หมูย่าง ปลาช่อนเผา หรือแม้กระทั่งกาแฟเอสเฟรสโซ ก็เด็ดๆกันทั้งนั้น ใครอยากใช้ชีวิตแบบช้าๆ โบกเรือแจว พายเงียบๆไปชมนาบัวชูช่อให้เห็นสวยงามสะพัด หรือ อาจลงเรือเครื่อง แล่นฉิวไปจนถึงสวนผลไม้ รวมถึงไปป้อนหญ้าให้เจ้าทุยและยังมีกิจกรรมอีกสารพัด ที่ตลาดคลองมะยมแห่งนี้ เล่าไปก็เท่านั้น ไปลองเที่ยวเองจะดีกว่า

ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ขับไปตามถนนบรมราชชนนี แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนกาญจนาภิเษก ผ่านปั๊มเอสโซ่เลยนิดนึง จะพบป้ายทางเขข้าไปตลาดคลองมะยม เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 09.00-17.30 น. นะจ๊ะ

30 ต.ค. 2554

ตลาดจั๊กจั่น สถานที่ท่องเที่ยว แห่งใหม่ของ หัวหิน


ตลาดจั๊กจั่น





ตลาดจั๊กจั่น
ตลาดจั๊กจั่น หัวหิน นี้เกิดขึ้นจากการที่จำนวนนักท่องเที่ยวในหัวหินเพิ่มขึ้นทุกปีไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติและโดยเฉพาะชาวไทย ที่ หัวหิน มีสถานที่ท่องเที่ยวไม่เพียงพอกับปริมาณของนักท่องเที่ยว ตลาดจั๊กจั่น จึงเกิดขึ้นมา โคยใช้ชื่อโครงการที่ว่า โครงการ The Cicada Market หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "ตลาดจั๊กจั่น" ภายใต้การจับมือกันของ บริษัท ศศิอำไพ ลีเชอร์ บิซิเนส จำกัด และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคิรีขันธ์ โตยมีแนวความคิดที่ว่า “Open Mind & Open Mat: เปิด เสื่อ-เปิดใจ-เปิดไอเดีย” ซึ่งโครงการนี้ฯ ถูกสร้างสรรค์ขึ้น โดยอาศัยการบูรณาการระหว่างศิลปะร่วมกับไลฟ์สไตล์ที่เป็นสื่อกลางในการเชื่อมต่อระหว่างผู้สร้างสรรค์ นักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา ชุมชน ให้ตอบสนองและสามารถเข้าถึงกันได้อย่างมีเสรีภาพ ท่ามกลางบรรยากาศ Tropical Garden อันร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้งาม อายุร่วมร้อยปีบนพื้นที่เกือบ 10 ไร่ของหัวหิน ซึ่งสวนแห่งนี้ เป็นบ้านพักตากอากาศอายุเก่าแก่กว่า 60 ปี ของ "หลวงยุกตเสวีวิวัฒน์" บิดาของ "ท่านผู้หญิงสุมาลี จาติกวนิช" และ "คุณนิด-สุพัฒนา อาทรไผท" มาเป็นสวนอันร่มรื่นไปด้วยแมกไม้เขียวขจี เพื่อให้ชาว หัวหิน ได้ผ่อนคลายอย่างสบายอารมณ์  

ตลาดจั๊กจั่นนี้จัดตั้งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือ
1. เพื่อสร้างพื้นที่ถาวรสำหรับแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านศิลปะ วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม
2. เพื่อสร้างพื้นที่นัดพบระหว่างผู้ซื้อและผู้สร้างสรรค์ชิ้นงานศิลปะ ประเภทต่างๆ
3. เพื่อสร้างรายได้ให้กับกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่ศึกษาทางด้านศิลปะมีพื้นที่ในการแสดงผลงาน แก่สาธารณชนมากขึ้น รวมถึงการสร้างรายได้ให้กับประชาคม ท้องถิ่น


นักท่องเที่ยวอาจจะสงสัยนะครับว่าทำไมต้องชื่อ ตลาดจั๊กจั่น คำว่า "จั๊กจั่น" ที่ส่งเสียงร้องทุกครั้งเมื่อแสงตะวันพลบค่ำต่ำลงในช่วงฤดูร้อนท่ามกลาง บรรยากาศของสวนที่รายล้อมร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ใหญ่ ที่ขนานนามและเรียกตัวเองว่า “สวนศรี” ที่สว่างไสวจากดวงไฟที่ตกแต่งประดับประดา รอรับกับกระแสเสียงของจั๊กจั่นที่ดังก้องอยู่ทั่วจากศิลปินตัวน้อยอย่างจั๊ก จั่นที่ดุจ คล้ายจะนัดหมายกันมาประโคมเพื่อประโลมแก่กันและกัน

ซึ่งจั๊กจั่น ตัวน้อยเหล่านี้ ยากนักที่จะหาเสียงใดมากลบลบความกึกก้องนั้นลงได้ ขนาดเสียงที่ดังก้อง กังวานนั้นต่างตรงข้ามกันกับรูปลักษณ์ขนาดที่น้อยนิดของตัวจั๊กจั่นได้อย่าง สิ้นเชิง การส่งเสียงร้องของจั๊กจั่นไม่จำเพาะแค่นัยแห่งการหาคู่เท่านั้น หากแต่ท่วง ทำนองของเสียงร้องยังสื่อไปในความหมายอื่นอีก เช่น ส่งเสียงเพื่อการคัดค้าน ส่งเสียงเพื่อความพึงพอใจ ส่งเสียงเพื่อการข่มขู่หรือป้องกันตัว เป็นต้น ซึ่งถ้าฟังแล้ว การที่จั๊กจั่นร้องนั้น เสียงที่ร้องออกไป จะไม่ค่อยมีความแตกต่าง ๆ แต่สำหรับตัวพวกมันเอง แล้ว ไม่ใช่เรื่องที่ยากเลยที่จะแยกแยะว่า เสียงไหนที่จะร้องด้วยเจตนาใด ก็เสมือนกับความคิด และความสามารถของปัจเจกชนที่มีอัตลักษณ์ และอัตลักษณ์ในแต่ละปัจเจกชนนี้ก็สามารถสร้างพลังในทางสร้างสรรค์ร่วมกันได้ โดยยึด บริบททางศิลปะและวัฒนธรรมเป็นเครื่องช่วยยกระดับจิตใจของผู้คน เพื่อสร้างความเสถียรภาพกลับคืนสู่สังคมด้วย ครับ........


จึงทำให้ปัจจุบัน ตลาดจั๊กจั่นได้ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ อำเภอหัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ แล้ว และผมเชื่อว่า ตลาดจั๊กจั่นแห่งนี้ จะมีนักท่องเที่ยว ต่างพากันหลั่งใหล ไปเป็นจำนวนไม่ น้อย เมื่อเทียบ กับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ของหัวหินแลยทีเดียว

24 ต.ค. 2554

สถานที่ท่องเที่ยว สวนผึ้ง @ราชบุรี

สถานที่ท่องเที่ยว สวนผึ้ง

    โป่งยุบ ตั้งอยู่ที่บ้านท่าเคย ก่อนถึงตัวอำเภอสวยผึ้ง 5 กม. มีทางแยกซ้ายไปอีกประมาณ 5 กม. เกิดจากยุบตัวของแผ่นดิน ทำให้เกิดลักษณะหน้าผาสูงชัน มีลักษณะคล้ายกับแพะเมืองผีที่จังหวัดแพร่ หรือ ฮ่อมจ๊อม อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน โป่งยุบนี้มีอาณาบริเวณกว้างกว่า 10 ไร่ ซึ่งแต่เดิมท้องที่นี้เคยเป็นไร่นามาก่อน นับเป็นสถานที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง
    ธารน้ำร้อนบ่อคลึง เลยอำเภอสวนผึ้งไปประมาณ 15 กม. เป็นธารน้ำร้อนที่มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งจะมีน้ำไหลอยู่ตลอดปีเป็นน้ำร้อนบริสุทธิ์ ในบางวันน้ำร้อนจะมีอุณหภูมิอยู่ในระดับประมาณ 136 องศาฟาเรนไฮต์ และในบางวันก็ลดลงมาประมาณ 120 องศา ฟาเรนไฮต์ ธารน้ำร้อนบ่อคลึงนี้ นับเป็นธารน้ำร้อนที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ มากที่สุด
    ฟาร์มกล้วยไม้-ลันดา อยู่ถัดจากอุทยานธรรมชาติวิทยาไปไม่ถึง 1 กม. เป็นสวนกล้วนไม้เอกชน มีพันธุ์กล้วยไม้จำพวก แวนด้า ไว้จำหน่าย
    น้ำตกเก้าโจนหรือน้ำตกเก้าชั้น ตั้งอยู่ที่บ้านผาปก อยู่ถัดจากธารน้ำร้อนบ่อคลึงไปประมาณ 3 กม. จากลานจอดรถซึ่งอยู่ด้านล่างให้เดินทางด้วยเท้าต่อไปอีกประมาณ 500 เมตร ถึงบริเวณตัวน้ำตก ตอนล่างของลำห้วยบ่อคลึงบริเวณเทือกเขาตะนาวศรี มีน้ำตกเก้าโจนหรือน้ำตกเก้าชั้น เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ สูง 9 ชั้น ตั้งอยู่ในหุบเขาที่สมบูรณ์ล้อมรอบด้วยธรรมชาติระยะทางเดินจากชั้นล่างถึงชั้นบนประมาณ 2 กม. ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.
    ไร่กุหลาบอุษาวดี ห่าง จากตัวอำเภอสวนผึ้งไปประมาณ 16 กม. แยกเข้าไปบ้านห้วยน้ำใส อีกประมาณ 5 กม. เป็นไร่เอกชนซึ่งปลูกกุหลาบพันธุ์ฮอลแลนด์ และพันธุ์ต่าง ๆ พื้นที่ไร่อยู่บนพื้นที่สูง ในหุบเขา ช่วงฤดูหนาวนจะมีอากาศหนาวจัด
    น้ำตกบ้านบ่อหวี เป็นน้ำตกขนาดกลางเพิ่งพบใหม่มี 7 ฃั้น มีความเป็นธรรมชาติอยู่มาก ทางเข้าผ่านหมู่บ้าน และวัดบ้านบ่อหวี ไปอีก ประมาณ 2 กม. มีถนนลาดยางตลอดถึงทางเข้าตัวน้ำตก จากนั้นเดินเท้าประมาณ 150 เมตร จะถึงน้ำตกชั้นที่ 1 สายน้ำมี ความใสมากกว่าน้ำตกเก้าโจน เหนือขึ้นไปบนน้ำตกจะเป็นชายแดนไทย-พม่า มีฐานทหารรักษาการอยู่ นายทหารผู้หนึ่งเล่าให้ ฟังว่าบนตะเข็บชายแดนนี้สามารถเดินเชื่อมไปถึงเขากระโจมได้ ขึ้นถึงน้ำตกชั้นที่ 7 ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 40 นาที
    แก่งส้มแมว (สวนป่าสิริกิต์) ห่างจาก อ.สวนผึ้ง 25 กม. เป็นลำธาร มีเกาะแก่งกลางน้ำภาชี เหมาะสำหรับเล่นน้ำเป็นอย่างยิ่ง อยู่ในพื้นที่สวนป่าสิริกิต์ ภายในสวนป่ามีสวนหย่อม ศูนย์จำหน่ายเครื่องเซรามิคจากคนในบริเวณหมู่บ้าน สวนป่าแห่งนี้สร้าง ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสเจริญพระชนมพรรษา 5 รอบ เป็นศูนย์รวมพันธุ์ไม้
นานาชนิดอันมีค่าทางเศษฐกิจและเป็นแหล่งศึกษาทางธรรมชาติที่ดีเยี่ยม
    พิพิธภัณฑ์ภโวทัย หรือ สวนภูมิปัญญาชาวบ้าน เป็น เรือนไทยประยุกต์จากหน้านสถานีตำรวจสวนผึ้งแยกไปประมาณ 2 กม. ผ่านวัดสวนผึ้งแล้วแยกขวาไปอีกจนข้ามสะพานก็จะถึงพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ทางซ้าย มือมีพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ รวบรวมวัตถุโบราณสยามในอดีต รวมทั้งมีรถม้า พันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับของไทยชนิดต่าง ๆ เช่น ดอกมณโฑ พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ วันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท นักเรียน นิสิต นักศึกษา ในเครื่องแบบให้ทำจดหมายก่อนล่วงหน้า นอกจากนี้ยังมีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร(032) 221189, (01) 486-9804
    น้ำพุร้อนโป่งกระทิง อยู่บนนถนนสายชัฏป่าหวาย-โป่งกระทิง-ปากท่อ เป็นบ่อน้ำร้อน แบบบ่อธรรมดา ขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 เมตร เมื่อมีคนจำนวนมากมายืนล้อมรอบบ่อและช่วยกันปรบมือ หรือ เคาะทำเสียงดัง น้ำในบ่อจะเริ่มเดือดจนมีพรายน้ำพุพุ่งมาเหนื่อผิวน้ำ
    สำนักสงฆ์หินสูงตั้งอยู่หมู่ที่ 13 ตำบลตะนาวศรี เลยโป่งยุบไปอีกประมาณ 2 กม. เป็นสถานที่เหมาะสำหรับ ผู้ที่รักความสงบและเหมาะแก่การไปเที่ยวชม เพราะมีสวนเสาหินและหมู่หินรูปร่างต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

8 ก.ย. 2554

วัดสระบัวทองบ้านบัว

วัดสระบัวทองบ้านบัว ตั้งอยู่ที่ อ.มัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น - สถานที่ท่องเที่ยว เป็นอาคารที่มีคุณค่าทางสถาปัตยกรรม แสดงลักษณะเด่นชัดของถิ่นอีสาน มีการแต้มสีภาพภายนอกอาคารประดับแว่นแก้วฐานชุกชี ภายในยังคงประดิษฐานพระประธานศิลาทรายรูปแบบอีสานที่ (พระมงคลพุทธศิลาทอง (หลวงพ่อศิลาทอง))หาชมได้ยาก โดยในปี 2545 ได้รับรางวัลอาคารทรงคุณค่าด้านการอนุรักษ์มรดกและวัฒนธรรมแห่งเอเชียและแปซิฟิก จากองค์การยูเนสโก้ (UNESCO)



รางวัลอาคารทรงคุณค่าด้านการอนุรักษ์มรดกและวัฒนธรรมแห่งเอชียแปซิฟิค (Award of Merit)
จากองค์กรยูเนสโก(UNESCO)ในปี 2545 โดยองค์การยูเนสโก
 





27 ส.ค. 2554

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลท่องเที่ยว


หากท่านเป็นคนหนึ่งที่ต้องการประชาสัมธ์ข้อมูลการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็น ที่พัก,ร้านอาหาร, สินค้าพื้นเมือง ของฝาก ,ร้านนวดแผนไทย เรายินดีเป็นสื่อกลางให้คุณเพียง ท่านเจ้าของกิจการส่งรายละเอียดข้อมูลสินค้าและบริการของท่านมาที่ อีเมล์ chonlathit.s @ gmail.com เรายินดีโพสต์ข้อมูลของท่านให้ฟรี !!! ในบล็อกนี้

โดยรายละเอียดที่ ส่งมาต้องประกอบด้วย
1.ชื่อสินค้าและบริการ
2.รายละเอียดสินค้าและบริการ
3.ที่ตั้ง
4.ที่อยู่และเบอร์โทรติดต่อ
5.รูปภาพประกอบ

เราพร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ ให้กับท่าน

9thailand.blogspot.com

27 เม.ย. 2554

สถานที่ท่องเที่ยวเมืองสกลนคร

สกลนคร เป็นเมืองใจกลางภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่แสนสงบและน่าท่องเที่ยว มีพระธาตุเชิงชุมอันศักด์สิทธิ์ และหนองหานทะเลสาบอันกว้างใหญ่เป็นสถานที่ที่รู้จักกันดีแต่ที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้นในอำเภอรอบๆตัวเมือง มีชีวิตความเป็นอยู่ที่น่าสนใจของชาวภูไทหรือผู้ไทยซึ้งเป็นชาวอีสานดั้งเดิม เช่น ที่บ้านโนนหอม ให้แวะไปเยือนได้อีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวที่นี่มีอยู่มากมาย ปัจจุบันภาคอีสานพลิกฟื้นจากความแห้งแล้ง กลายเป็นภูมิภาคที่เขียวชอุ่ม สดขจี อุทยานแห่งชาติภูพาน หรือป่าเขาภูพาน คงเป็นคำตอบที่ดี ที่นี่มีอาณาเขตครอบคลุม 3 จังหวัด คือ สกลนคร นครพนม และกาฬสินธุ์ ในเขตอุทยานมีน้ำตกสวยงามหลายแห่ง เช่น น้ำตกตาดโตน น้ำตกคำหอม น้ำตกห้วยใหญ่ นอกจากนี้ยังมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ เช่นผานางเมิน ลานสาวเอ้ ถ้ำเสรี ยอดภูเขียว และทางผีผ่าน เป็นต้น

โบราณสถานที่สำคัญที่งดงามและศักดิ์สิทธิ์มีอยู่ด้วยกันหลายแห่ง แห่งแรกที่ต้องไปเยือนคือพระธาตุเชิงชุม ปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมือง ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระธาตุเชิงชุม ซึ่งตั้งอยู่ปลายถนนเจริญเมืองในเขตเทศบาลเมือง และเนื่องจากพระธาตุองค์นี้เป็นที่ชุมนุมรอยพระบาพุทธบาท จึงเรียกกันว่าพระธาตุเชิงชุม มีงานเทศกาลประจำปีในวันขึ้น 9 ค่ำขึ้น 15 ค่ำ เดือนยี่ ของทุกปี แห่งอื่นที่มีความสำคัญไม่แพ้กันมีอาทิพระธาตุภูเพ็ก สร้างอยู่บนยอดเขาเพ็ก เทือกเขาภูพาน สร้างไม่แล้วเสร็จไม่มีหลังคาและยอดประสาทเพียงแต่ทำขื่อตั้งไว้เท่านั้นมีตำนานเล่ากันว่าปราสาทหลังนี้สร้างขึ้นแข่งกันระหว่างกลุ่มผู้ชายและกลุ่มผู้หญิง เพื่อรอบบรรจุพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้าแต่กลุ่มผู้สร้างพระธาตุภูเพ็กได้หยุดการสร้างเมื่อเห็นดาวเพ็กบนท้องฟ้าซึ่งเป็นกลลวงของกลุ่มผู้หญิงสร้างพระธาตุนารายณ์เจงเวง ปราสาทหลังนี้จึงได้ชื่อว่าปราสาทพระธาตุภูเพ็กตามชื่อดาว “เพ็ก “

ไปเที่ยวพระธาตุภูเพ็กแล้วก็ต้องไม่ลืมไปเยือนพระธาตุนารายณ์เจงเวงด้วย ลักษณะปราสาทที่นี่คล้ายปราสาทหินของขอม เชื่อกันว่าเป็นฝีมือของผู้หญิงสร้างทั้งหมดเพื่อแข่งขันกับผู้ชายที่สร้างพระธาตุภูเพ็ก จะมีงานประเพณีเฉลิมฉลองตั้งแต่วันขึ้น 11 ค่ำ -15 ค่ำของทุกปีสกลนครไม่ได้มีที่เที่ยวเพียงเท่านี้ ยังมีสถานที่อื่นๆที่น่าสนใจอีกหลากหลาย โดยเฉพาะวัฒนธรรมพื้นถิ่นที่น่าสนใจและตกทอดเป็นมรดกของชาติ เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสในฤดูกาล เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสในทุกฤดูกาล ด้วยความงามที่แตกต่างกันคนละแบบ

งานวันสารทไทยกล้วยไข่ เมืองกำแพงเพชร

สารทคือชื่อฤดูใบไม้ผลิ นิยมทำกันในวันขึ้นเดือน 10 เป็นพิธีกลางปีชาวบ้านจะนิยมทำขนมกระยาสารท เพื่อทำบุญตักบาตรเลี้ยงพระ อีกทั้งระยะนี้เป็นระยะข้าวในนาออกรวงอ่อน คนอินเดียมักเด็ดรวงข้าวสารีไปทำข้าวมธุปายาสเลี้ยงพราหมณ์ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและข้าวในนาร่วมทั้งเป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว

ประเพณีทำบุญวันสารทไทยในเดือน10จึงเป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวไทยโบราณนับตั้งแต่สมัยก่อนเป็นต้นมา ปัจจุบันชาวไทยในภาคกลางและบางภาคมักจักประเพณีการทำบุญทำขนมกระยาสารท โดยการไปทำบุญตามวัดต่างๆเพื่ออนุรักษ์ประเพณีไทยดั้งเดิมเอาไว้

กระยาสารท เป็นขนมที่กวนขึ้นโดยมีพิธีและกรรมวิธี กล่าวคือการกวนถูกต้องตามพิธีกระยาสารทนั้น จะสามารถอยู่ได้เป็นเดือนๆแต่ถ้ากวนไม่ถูกส่วนตำราพิธีไทยโบราณกระยาสารทนั้นก็มักจะเปียกและแฉะและร่วน บางที่ก็เกิดราขึ้นและเสียเร็ว

ส่วนผสมของกระยาสารทที่ถูกต้องตามตำรามีดังนี้ ถั่วเขียว ถั่วลิสง งาขาว ข้าวเม่า ข้าวตอก ข้าวฟ่าง น้ำตาหม้อ น้ำตาลปี๊ปชนิดไม่แข็ง น้ำผึ้ง แลแบะแซ การกวนขนมกระยาสารทมีทำเนียมถือปฏิบัติต่อๆกันมาอย่างเคร่งครัดว่า ต้องทำพิธีกวนให้แล้วเสร็จภายในวันเดียว ห้ามกวนข้ามวันข้ามคืนจึงจะได้อานิสงส์แรงมาก

ขนมกระยาสารทจะอร่อยยิ่งขึ้นถ้านำไปรับประทานกับกล้วยไข่ลุกขนาดกลางๆ ที่ผิวสีเหลืองแก่และมีจุดดำๆ ตลอดลูกที่เรียกว่า “แตกกลายงา” ดังนั้น จังหวัดกำแพงเพชรซึ้งนิยมปลุกกล้วยไข่กันมากและมีคุณภาพดี จึงจัดงานวันกระยาสารทไทย กล้วยไข่ กำแพงเพชรขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2525 เพราะเห็นว่านอกจากส่งเสริมผลิตภัณฑ์กล้วยไข่ของจังหวัดให้แพร่หลายแล้ว ยังเป็นการอนุรักษ์ประเพณีไทยโบราณ

ในปีนี้ การจัดงานวันสารทไทย กล้วยไข่เมืองกำแพง ณ ลานโพธิ์บริเวณศาลากลางจังหวัด ในงานมีการจัดขบวนแห่ธิดากล้วยไข่ การประกวดธิดากล้วยไข่ การประกวดกวนกระยาสารทน้ำใจ การประกวดข้างทิพย์ การทำบุญตักบาตรวันสารทไทย การทอดผ้าป่าแถว การประกวดพระเครื่อง การจำหน่ายสิ้นค้าเกษตร กลางคืนจะมีมหรสพต่างๆ

26 เม.ย. 2554

บั้งไฟพญานาค แห่งหนองคาย


ความมหัศจรรย์ของแม่น้ำโขงระหว่างจังหวัดหนองคายประเทศไทยกับกำแพงเพชรนครเวียงจันทน์ สปปล. ในวันออกพรรษาทุกปี ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ประชาชนนับแสนคนจะเฝ้าชมลูกไฟมหัศจรรย์ใต้แม่น้ำโขง พุ่งสู่อากาศแล้วหายไปโดยลูกไฟนั้นไม่มีควัน ไม่มีกลิ่น ไม่มีเสียง ทั้งที่ไม่มีโค้งตกลงมามีขนาดต่างๆกันตั้งแต่หัวนิ้วแม่มือถึงฟองไข่ไก่ มีสีชมพูและสีเขียว เริ่มปรากฏตั้งแต่ 18.00-22.00 แล้วแต่ในสถานที่ชม และพระจันทร์ที่จะขึ้นในวันนั้น ชาวแม่น้ำโขงเรียกลูกไฟมหัศจรรย์นี้ว่า “บั้งไฟพญานาค” จนเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศ

ปรากฎการณ์ธรรมชาติอันแปลกประหลาดนี้ถูกโยงปรับเข้ากับความเชื่อในคติพุทธศาสนาว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ 1พรรษาเพื่อเทศนาโปรด พระนางสิริ มหามายา พุทธมารดาจนดับขันธ์ปรินิพพาน แล้วเสด็จลงสู่โลกในวันออกพรรษา เหล่าเทพนิกกรอมพรหมอินทร์เนรมิตบันไดทองบันไดเงินลงมาด้วยพระพุทธเจ้าทรงพระเมตตาคุณผายพระกรทั้ง 2 ข้างออก เพื่อเปิดมิติโลกทั้งสวรรค์ มนุษย์ และบาดาลให้แลเห็นกันวันนี้ พญานาคเจ้าบาดาลทั้งหลายต่างชื่นชมยินดีในพระกตัญญูกตเวทิตาต่อพุทธมารดาครั้งนี้จึงพ่นลูกไฟจากใต้แม่น้ำโขงขึ้นมาเฉลิมฉลองตั้งแต่วันออกพรรษานั้น

ผู้คนที่มาชมบั้งไฟพญานาคหากเป็นคนอีสานจะมีความเชื่อฝังใจว่าเป็นของพญานาคจริงๆ ส่วนคนภาคอื่นที่มีการศึกษาสูงพยายามพิสูจน์ทางมิติวิทยาศาสตร์ โดยตั้งสมมุติฐานว่าเป็นก๊าซชีวภาพ อันเกิดจากการหมักหมมของอินทรียวัตถุต่างๆตามหล่มแม่น้ำโขง ครั้นวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 แนวโคจรของโลก พระอาทิตย์ พระจันทร์ จะอยู่แนวเดียวกันและเกิดแนวเดียวกันและเกิดแรงดึงดูดสูงบริเวณนี้ ทั้งอุณหภูมิสะสมหล่มก้นโขงนั้นร้อนพอที่ก๊าชจะระเบิดตัวเอง และพุ่งสู่พระจันทร์อย่างรวดเร็ว อยากในการจับภาพนิ่ง แต่มิติวิทยาศาสตร์นี้ก็ยังมีข้อขัดแย้งระหว่างนักวิทยาศาสตร์ด้วยกันมากมีจุดร่วมกันเรื่องเดียวคือเป็น ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ซึ่งยังอธิบายไม่ได้เท่านั้นความมหัศจรรย์นี้ทำให้ผู้คนต่างมุ่งหน้ามาชมโดยตั้งสมมุติฐานต่างๆแต่จนปัจจุบันยังไม่สามารถจับผิดหรือพิสูจน์ได้แม้แต่นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำก้อยังยอมรับว่าไม่สามารถทำบั้งไฟพญานาคเทียมขึ้นมาได้ผลก็คือผู้คนต่างก็ยังคงแห่กันมาเฝ้าชมติดต่อกันทุกปีรถติดยาวยิ่งกว่าขบวนรถไฟต่อกันนับสิบๆขบวนในวันออกพรรษาที่หนองคาย

สถานที่เฝ้าชม อ.สังคม เหนือสุดที่บ้านหนอง ต.บ้านม่วง และบ้านผาตั้ง อ.ศรีเชียงใหม่ ที่วัดหิน-หมากแป้งและบ้านโคกชวก ต.พระพุทธบาท อ.หนองคาย ที่บ้านสีกาย ต.สีกาย อ.โพนพิสัย บริเวณห้วยหลวงและกิ่ง อ.รัตนวาปี อ.ปากคาด ริมแม่น้ำโขงสนามสุขาภิบาล ต.นากั้ง ที่แก่งอาฮง อ.บึงกาฬ ต.หอคำ ที่แก่งอาฮงเป็นจุดสุดท้าย ซึ่งจะมีสีออกเขียวๆต่างกับที่อื่น ถ้าหากพักอยู่ที่จังหวัดหนองคาย หรืออุดรธานี แนะนำให้เฝ้าชมทางด้านอำเภอสังคมถึงศรีเชียงใหม่เพราะปริมาณรถยนต์จะน้อยกว่าและไม่ค่อยมีคนทราบมากนักโดยมากจะมุ่งมาชมที่อำเภอโพนพิสัย – ปากคาด แต่ถ้าพักอยู่จังหวัดสกลนคร ก็ควรมาเฝ้าชมที่แก่งอาฮงจุดเดียวเพื่อป้องกันปัญหาจราจรในวันออกพรรษานี้
ไม่ว่าจะเชื่อในมิติวัฒนธรรมหรือมิติวิทยาศาสตร์ของปรากฏการณ์ที่เรียกว่าบั้งไฟพญานาคก็ตามวันออกพรรษาปีนี้ทุกอำเภอดังกล่าวของจังหวัดหนองคายขอเชิญท้าพิสูจน์มหัศจรรย์แห่งแม่น้ำโขงนี้

25 เม.ย. 2554

ประตูสวรรค์ของนักปีนผาฝั่งอันดามัน จังหวัดกระบี่

เขาหินปูนสูงตระหง่านที่ทอดยาวซ่อนตัวอยู่ภายใต้วงล้อมของธรรมชาติอันบริสุทธิ์ซึ่งมองดูแล้วเป็นทัศนียภาพที่แปลกตา กลางพื้นน้ำสีเขียวอ่อนใส ภายใต้ผืนฟ้าสีครามสดบริเวณเวิ้งอ่าวพระนาง และหาดไล่เลย์ จ.กระบี่ สถานที่นี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมรกตเม็ดงามแห่งอันดามันฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ได้กลายเป็นแม่เหล็กชิ้นใหญ่ดึงดุดผู้พิสมัยหลงใหลในการสัมผัสความท้าทายบนภูผาสูงจากทั่วทุกมุมโลกให้เดินทางมุ่งสู่สถานที่ประดุจสรวงสวรรค์บนพื้นดินที่สัมผัสได้ของคนรักการปีนผาอย่างแท้จริง

กิจกรรมการปีนผานับเป็นสีสันใหม่ที่มาเติมเสน่ห์ให้กับ จ.กระบี่ ได้เป็นที่รู้จักและนิยมอย่างมากในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาเยือน ที่จริงแล้วก็ใช่ว่าเพิ่งเริ่มต้นขึ้น หากแต่ว่าภาพของเกมส์อันท้าทายนี้ได้ปรากฏขึ้นแล้วราว 10 ปีก่อน ในครั้งแรกบริเวณเกาะพีพี เมื่อคราวที่นักปีนผาชาวเนเธอร์แลนด์ได้มารู้จักและสัมผัสเสน่ห์ของผาหินปูนที่นี่ และเริ่มทำการปีนเปิดเส้นทางไว้เป็นชาติแรกก่อนที่จะตามมาด้วยนักปีนผาชาวอิตาลี จากนั้นจึงขยายเส้นทางการปีนข้ามมาสู่เวิ้งอ่าวพระนาง

ปัจจุบันได้ทำการปิดและเปลี่ยนเส้นทางการปีนไปยังส่วนอื่นๆของเกาะแทน เพียงไม่นานชื่อเสียงของอ่าวพระนางและหน้าผาของจังหวัดกระบี่ ก็ได้เป็นที่รู้จักและสนใจจากบรรดานักปีนผาจากทั่วโลกเพิ่มมากขึ้น เมื่อผู้บุกเบิกกลุ่มสุดท้ายชาวฝรั่งเศสได้ทำการเขียนคู่มือเส้นทางและจุดการปีนต่างๆ ของที่นี่เผยแพร่ออกไป อีกทั้งนักปีนผาชาวฝรั่งเศสได้จุดประกาย และถ่ายทอดวิธีการปีนผาสู่กลุ่มนักปีนชาวไทยได้เรียนรู้และฝึกสอนกันต่อมา จึงทำให้การปีนผาของที่นี่เป็นที่รู้จัก และนิยมเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากในช่วงระยะเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยสามารถดึงดูดนักปีนผากว่าหมื่นคนต่อปีจากทั่วโลกให้มาเยือนผาสูงแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย กระบี่จึงเป็นที่ยอมรับและถูกจัดให้เป็นอันดับต้นๆของโลกสำหรับการเป็นสถานที่จัดกิจกรรมปีนผาที่มีความสวยงามและมีความพร้อมในการจัดกิจกรรมกลางแจ้งอื่นๆ จากกลุ่มนักปีนผาที่เคยได้พิสูจน์เสน่ห์ของผาหินอันดามัน

ข้อมูลการเดินทาง
- ทางเครื่องบิน
สามารถโดยสารเครื่องบินภายในประเทศจาก กรุงเทพฯ-ภูเก็ต ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที จากสนามบินภูเก็ตสามารถโดยสารรถแท็กซี่หรือรถบัสเดินทางต่อไปจังหวัดกระบี่ได้
- ทางรถไฟ
สามารถเดินทางจากสถานีรถไฟหัวลำโพงโดยขวนรถไฟสาย กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี จากสุราษฎร์ธานี สามารถเดินทางโดยรถโดยสารปรับอากาศสู่ จ.กระบี่ ใช้ระยะเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
- ทางรถยนต์
โดยรถปรับอากาศสาย กรุงเทพฯ-กระบี่ จากสถานีขนส่งสายใต้ ที่จะมีรถออกทุกวันในเวลา 18.00-18.30 และ 19.00-19.30 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 ชั่วโมง

จากกระบี่สู่อ่าวนางและหาดไล่เลย์
สามารถเดินทางได้สองทางคือ ทางรถยนต์และทางเรือ
- ทางรถยนต์ โดยสารรถประจำทางจากตัวเมืองกระบี่สู่อ่าวพระนางได้ในระยะทาง 20 กิโลเมตร ค่าโดยสารคนละ 20 บาท
- ทางเรือ ขึ้นเรือได้บริเวณท่าเรือเจ้าฟ้าในตัวเมืองกระบี่ เพื่อมาลงยังบริเวณหาดไล่เลย์ โดยตรง ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ค่าโดยสารคนละ 50 บาท

สถานที่ติดต่อสำหรับผู้ที่สนใจกิจกรรมปีนหน้าผา
King Climbers
Rock Climbing School
Railway Beach (Yaya Bangalows)
กระบี่
โทร 081 212 8126
King Climbers
Rock Climbing School
P.O.Box 34
กระบี่ 81000

ช่วงระยะเวลาการปีนหน้าผา
ที่อ่าวนางและหาดไล่เลย์สามารถทำกิจกรรมปีนหน้าผาได้ตลอดทั้งปี ช่วงที่นิยมมากที่สุดคือ ตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน ถึง เมษายน

14 ก.ย. 2553

ที่เที่ยว เขื่อนลำตะคอง โคราช/ Lam Takhong Dam

เขื่อนลำตะคอง

สร้างปิดกั้นลำตะคอง ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เป็นเขื่อนดินสูง 40.30 เมตร สันเขื่อนยาว 521 เมตร เก็บน้ำได้ 310 ล้านลูกบาศก์เมตร สร้างพ.ศ. 2507 เสร็จพ.ศ. 2512 ใช้ประโยชน์สำหรับการเพาะปลูกในฤดูฝน 127,540 ไร่ และในฤดูแล้งอีก 50,000 ไร่ รวมทั้งใช้เพื่อการประปาในเขตอำเภอสีคิ้ว อำเภอโนนสูง อำเภอขามทะเลสอ และเขตเทศบาล นครราชสีมาเพื่อโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อบรรเทาอุกทกภัยในลุ่มน้ำลำตะคอง ลุ่มน้ำมูลให้ ลดน้อยลง

ริม เขื่อนมีที่ให้นั่งหย่อนอารมณ์ และร้านอาหารท้องถิ่นประเภท ไก่ย่าง และส้มตำรสเด็ด หรือผู้ที่ขับยวดยานต์ผ่านไปบนถนนมิตรภาพ ก็สามารถชมวิวทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำของเขื่อนลำตะคองได้เช่นกัน นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนระหว่างการเดินทางได้เป็นอย่างดี

ภาพจำลอง สถานที่ท่องเที่ยว เขื่อนลำตะคอง
สร้าง ปิดกั้นลำตะคอง ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เป็นเขื่อนดินสูง 40.30 เมตร สันเขื่อนยาว 521 เมตร เก็บน้ำได้ 310 ล้านลูกบาศก์เมตร สร้างพ.ศ. 2507 เสร็จพ.ศ. 2512 ใช้ประโยชน์สำหรับการเพาะปลูกในฤดูฝน 127,540 ไร่ และในฤดูแล้งอีก 50,000 ไร่ รวมทั้งใช้เพื่อการประปาในเขตอำเภอสีคิ้ว อำเภอโนนสูง อำเภอขามทะเลสอ และเขตเทศบาล นครราชสีมาเพื่อโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อบรรเทาอุกทกภัยในลุ่มน้ำลำตะคอง ลุ่มน้ำมูลให้ ลดน้อยลง

เขื่อน ลำตะคอง ตั้งอยู่ตำบลลาดบัวขาว ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๖๒ กิโลเมตร มีทางแยกจากทางหลวงหมายเลข ๒ (นครราชสีมา-สระบุรี) บริเวณกิโลเมตรที่ ๑๙๖-๑๙๗ ประมาณ ๒ กิโลเมตร เป็นเขื่อนดินสร้างกั้นลำตะคองที่ช่องเขาเขื่อนลั่นและช่องเขาถ่านเสียดในปี พ.ศ. ๒๕๑๗ เพื่อนำน้ำเหนือเขื่อนมาใช้ประโยชน์ในด้านชลประทาน นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวบนสันเขื่อนเพื่อชมทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำ ซึ่งมีฉากหลังเป็นภูเขาสวยงามเหมาะสำหรับพักผ่อนในยามแดดร่มลมตก เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐ – ๑๘.๐๐ น

3 ก.ย. 2553

เกาะแก้วพิสดารหรือเกาะเสม็ด จังหวัดระยอง

สถานที่ท่องเที่ยว เกาะเสม็ด
เกาะเสม็ดหรืออีกชื่อหนึ่งคือเกาะแก้วพิสดาร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเพชรเม็ดงามของจังหวัดระยองและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความงดงามทางธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วย ทะเลใสอันเงียบสงบ แสงแดดทอแสงอันอบอุ่น หาดทราย ที่ขาวสะอาด ป่าไม้และ ภูเขาที่เป็น ธรรมชาติสร้างขึ้นอย่างกลมกลืน มีบรรยากาศเงียบสงบ กล่าวกันว่า เกาะเสม็ด ก็คือ เกาะแก้วพิสดารในกวีนิพนธ์ของ สุนทรภู่อาจเป็นเพราะที่นี่มีหาดทรายขาวปานแก้วอยู่ทั่วไปก็ได้และเหตุที่มีชื่อว่าเกาะเสม็ดเพราะเกาะนี้มีต้นเสม็ดขึ้นอยู่มาก ทั้งเสม็ดขาว และ เสม็ดแดง ซึ่งชาวบ้านนำเปลือกเสม็ด มาทำใต้จุดไฟ เกาะเสม็ดหรือ เกาะแก้วพิสดาร ตั้งอยู่เขตตำบลเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง อยู่ห่างจากชายฝั่งบ้านเพ ประมาณ 6.5กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 3,125 ไร่ มีลักษณะเป็น เกาะสามเหลี่ยม ส่วนฐานของเกาะอยู่ทางทิศเหนือ ซึ่งหันหน้าเข้าสู่ฝั่งเพ มีภูเขาสลับซับซ้อน 2-3 ลูกมีที่ราบซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านเรือน ของชาวบ้านอยู่ ตาม ริมชายหาดอยู่ในบริเวณปลายแหลมหญ้า ด้านใต้มีเกาะเล็ก ๆ อยู่ใกล้กัน 3 เกาะ คือ เกาะจันทร์ เกาะสันฉลาม และเกาะหินขาว ซึ่งเป็นเกาะที่ไม่มีพืชพันธุ์ใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นอาศัยและวางไข่ของนกนางนวล การเดินทางจากบ้านเพไป เกาะเสม็ดมีเรือโดยสารหลายขนาดบรรจุคนได้ ตั้งแต่ 10-100 คน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที

นับเป็นสถาณที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

1 ก.ย. 2553

ประสาทไม้สัจธรรม สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งของพัทยา

ปราสาทไม้สัจธรรมเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ตั้งอยู่ที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรีโดยปราสาทไม้สัจธรรม ผู้ที่เข้าชมต้องเสียค่าธรรมเนียมเข้าชม 500 บาท
สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ มีจินตนาการที่ริมขอบฟ้า สูงตระหง่านดั่งภูเขาที่บรรจงสลักเสลา
จากวัสดุเดียวคือ ไม้ ตั้งแต่ปลายฐานจนถึงปลายฟ้า ดุจภูผาไม้ และใครจะเชื่อว่า ช่างฝีมือไทย ไม่ใช้ตะปูตอกสักดอกเดียว ในการสร้าางประมาทแห่งนี้

สถานที่ท่องเที่ยว ประสาทสัจธรรม
วันเวลาที่แนะนำในการท่องเที่ยว
ปราสาทไม้สัจธรรมตั้งอยู่ที่ตำบลนาเกือ พัทยา เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00 น. ถึง 17.00 น.
นอกจากมีปราสาทไม้ยิ่งใหญ่ให้ชมแล้วยังมีโชว์ปลาโลมาให้ชมอีกด้วย

การเดินทาง
จากพัทยาสามารถใช้ถนนสุขุมวิทเดินทางผ่านพัทยาเหนือสู่ตำบลนาเกลือ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าเขตนาเกลือ
เลี้ยวขวาที่ซอย 12 จนถึงประสาทไม้สัจธรรมซึ่งตั้งอยู่ริมทะเล

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 
สำนักงาน ททท.ภาคกลาง เขต 3 (พัทยา)
โทร 0-3842-7667, 0-3842-8750